0item(s)

You have no items in your shopping cart.

Product was successfully added to your shopping cart.
Swipe to the left

ภูมิแพ้...แก้ไม่ยาก

ภูมิแพ้...แก้ไม่ยาก
By kanokphan kamonkuptipong 5 months ago 264 Views No comments

ภูมิแพ้กำเริบทีไรทำเอาหลายคนรู้สึกหงุดหงิด ทั้งจาม ทั้งน้ำมูกไหล คัดจมูก จนรบกวนชีวิตประจำวัน ถ้าใครอยากจะหาวิธีแก้หรือหาตัวช่วยมาสู้กับภูมิแพ้ที่เป็นอยู่ก็สามารถทำได้ แต่จะต้องใช้วิธีอะไรบ้างไปดูกันเลย


ทำความรู้จัก โรคภูมิแพ้ (Allergy)

โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายได้รับสารบางอย่างและร่างกายตอบสนองผิดไปหรือไวผิดปกติจากคนทั่วไป แล้วทำให้เกิดโรคและอาการต่างๆ ที่น่าหงุดหงิดตามมา หรือที่เรียกว่าอาการแพ้ โดยเราเรียกตัวการหรือสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้เหล่านี้ว่า สารก่อภูมิแพ้ (Allergens)

สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) คืออะไร?

สารที่ร่างกายได้รับแล้วทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ตามมา ซึ่งเข้าสู่ร่ายกายได้หลายช่องทาง เช่น ทางการหายใจ การทานอาหาร หรือการสัมผัสทางผิวหนัง โดยสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้มีอยู่รอบตัว แต่ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ไรฝุ่นในบ้าน ,เชื้อราในอากาศ, อาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเล, ยาต่างๆ , แมลง และขนสัตว์


มีอาการอย่างไร จึงสงสัยเป็นโรคภูมิแพ้ เช็คเลย...

  • น้ำมูกไหล คัดจมูก จาม คันจมูกเรื้อรัง
  • ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
  • ผื่นคันเรื้อรังตามผิวหนัง
  • เกิดลมพิษบ่อย
  • คันตา แสบตา น้ำตาไหลเรื้อรัง
  • สัมผัสสารบางชนิดแล้วผื่นขึ้น
  • รับประทานอาหารบางชนิดแล้วมีผื่น หรือปวดท้อง ท้องเสีย หรือแน่นหน้าอก


วิธีการรักษา

โรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ หากมีอาการอย่างที่กล่าวข้างต้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการแพ้ จากการซักประวัติและอาการของโรค ตลอดจนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่รอบตัว เช่น บ้าน ที่ทำงาน สัตว์เลี้ยง การตรวจร่างกาย และการทดสอบทางผิวหนัง (Skin tests) เพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ เมื่อทราบว่าสารใดเป็นสาเหตุแล้ว การหลีกเลี่ยงสารดังกล่าวก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ได้ แต่ในทางปฏิบัติการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้อาจทำได้ยาก หรือไม่สามารถหาสาเหตุได้

ปัจจุบันมียาบรรเทาอาการหรือยารักษาที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยหลายประเภท ทั้งยารับประทาน ยาทาผิวหนัง ยาสูดเข้าหลอดลม ยาพ่นจมูก ยาหยอดตา ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการ และยังมีการรักษาอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีคือ การหาสาเหตุของโรคภูมิแพ้นั้นให้พบ แล้วนำสารก่อภูมิแพ้นั้นมาผลิตเป็นวัคซีนฉีดให้กับผู้ป่วย เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิต้านต่อสารก่อภูมิแพ้

18 มี.ค. 2019 23:47:04


นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงสารสกัดจากพืชสมุนไพรก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพในเรื่องของโรคภูมิแพ้ หรือช่วยเสริมระบบภูมิต้านทานให้กับร่างกาย เช่น


  • วิตามิน ซี (Vitamin C)
    หลายคนอาจเคยได้ยินว่าการได้รับวิตามิน ซี ในขนาด1000 มิลลิกรัมต่อวันสามารถช่วยเสริมภูมิต้านทานและลดความรุนแรงของอาการจากหวัดได้ เนื่องจากวิตามิน ซี เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่ทำหน้าที่ในการสร้างภูมิต้านทานสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่เข้ามาสู่ร่างกาย และมีส่วนช่วยในการลดปริมาณการหลั่งสารฮีสตามีนที่เป็นสาเหตุของการเกิดน้ำมูกในผู้ที่เป็นหวัด


  • ธาตุสังกะสี (Zinc)
    แม้ว่าเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยแต่มีความจำเป็นอย่างมากต่อเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน หากร่างกายขาดสังกะสีจะทำให้การทำงานของ T-cells รวมถึงเซลล์อื่นๆ ในระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพลดลง ซึ่งปกติเราควรได้รับธาตุสังกะสีวันละ 15-25 มิลลิกรัมต่อวัน


  • อัลเดอร์เบอร์รี่ (Elderberry)
    เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กพบในแถบยุโรป อเมริกาเหนือ แอฟริกาเหนือ รวมถึงเอเชียตะวันตก ซึ่งผลของมันใช้เป็นอาหารและยาสมุนไพรมานานกว่าศตวรรษ มีสารสำคัญเป็นสารจำพวกไบโอฟลาโวนอยด์ที่มีชื่อว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) สารนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีเลิศ และยังเสริมสร้างภูมิต้านทาน มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส ช่วยบรรเทาความรุนแรงจากหวัด ในประเทศปานามาใช้น้ำคั้นในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่


  • โสม (Ginseng)
    เป็นสมุนไพรที่ใช้กันในแถบเอเชียมานานกว่า 2,000 ปี มีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เกาหลี และไซบีเรีย สารสำคัญในการออกฤทธิ์เรียกรวมว่า สารจินเซโนไซด์ (Ginsenosides) โสมมีคุณสมบัติเป็น “Adaptogen” ซึ่งหมายถึง ช่วยปรับสภาพร่างกายให้สมดุลจากสภาวะต่างๆ และเป็นยาบำรุงหรืออายุวัฒนะ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบไม่เฉพาะเจาะจง


  • กระเทียม (Garlic)
    เป็นเครื่องเทศที่มีฤทธิ์เสริมภูมิต้านทาน โดยสารอัลลิซิน (Allicin) และสารอื่นๆ ในกระเทียมจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย


  • ชาเขียว (Green tea)
    มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ที่ชื่อว่า Polyphenols ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ พบว่าช่วยปกป้องเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายจากอนุมูลอิสระและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้