0item(s)

You have no items in your shopping cart.

Product was successfully added to your shopping cart.
Swipe to the left

กินอย่างไร ไม่ให้อ้วน

By kanokphan kamonkuptipong 11 months ago 363 Views No comments

กิจกรรมสุดฮิตในการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานของหลายๆคน ส่วนใหญ่จะคงหนีไม่พ้นการปาร์ตี้สังสรรค์เฮฮาบนโต๊ะอาหารชุดใหญ่ แต่เผลอแป๊บเดียว พอก้มมองหน้าท้องก็ต้องตกใจ เฮ้ย! พุงหลามๆ ที่เยอะอยู่แล้ว มาจากไหนอีกล่ะนี่ ในขณะที่อีกคนก็บ่นเรื่องกางเกงขาเดฟที่เพิ่งถอยมาใส่ไม่ได้ซะแล้ว เอาล่ะ ไม่เป็นไร ฝันร้ายแบบนี้ไม่มีทางเกิดกับพวกเราชัวร์ ถ้าเรารู้วิธีกินครับ

28 ม.ค. 2019 2:38:33

จะอ้วน จะผอม อยู่ที่ตาชั่ง

หลักการพื้นฐานเลยครับ หากเราอยากรู้ว่าเราจะอ้วนขึ้นหรือผอมลง ให้ลองจินตนาการถึงตาชั่งจีนที่มีจานสองข้าง ซ้ายคือสารพัดอาหาร ข้าวผัด สุกี้ พิซซ่า ขาหมู ไอศกรีม หรือพูดง่ายๆ คือ พลังงานที่ร่างกายรับเข้ามา ส่วนด้านขวาคือพลังงานที่เราเผาผลาญออกไป จากการทำงานภายในเซลล์ การปฏิบัติภารกิจในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย ดังนั้นหากสมดุลตาชั่งนี้เสียไป ไม่อ้วนก็ผอมก็จะมาเยือนครับ ปัญหาที่คนเราเผชิญกันก็คือ ตาชั่งฝั่งการเผาผลาญเบาเกินไป จึงสู้กับอาหารที่เรากินในทุกวันไม่ได้ ถ้าอยากเพิ่มการเผาผลาญคงต้องออกกำลังกายหรือรับประทานตัวช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ โดยสูตรธรรมชาติที่ได้รับการศึกษาและมีประสบการณ์การใช้มากว่า 30 ปี จนได้ยอมรับกันว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัยคือ

  • แอปเปิ้ล ไซดอร์ ไวนีก้า (Apple Cider Vinegar) วันละ 300-1500 มก.ต่อวันที่มีใยอาหาร ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกับไขมัน ซื้อเวลาให้เราเผาผลาญได้ทัน
  • สาหร่ายเคลป์ (Kelp) เพิ่มอัตราการเผาผลาญให้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสารสกัดจากพริก ขิง วิตามินบีหก ที่ร่วมด้วยช่วยกันอีกสามแรง

กินเยอะได้ แต่อย่ากินตูมเดียว

เนื่องจากระบบเผาผลาญทำงานได้จำกัดในช่วงเวลาหนึ่ง คือ ถ้ามากเกินไปในช่วงมื้อนั้นๆ (3-5 ชั่วโมง) ก็จะกลายเป็นล้นเกินความต้องการไป ให้นึกภาพเราตักอาหารเข้าปาก ผ่านการย่อยจนเข้าสู่กระแสเลือด แล้วพาเหรดเข้าสู่เซลล์ จากนั้นจึงแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน อย่างไรก็ตามร่างกายเราไม่สุรุ่ยสุร่าย สารอาหารที่เหลือใช้เลยถูกแปลงสินทรัพย์เป็นทุน คือ ไขมันหน้าท้อง เซลลูไลท์ต้นขา และที่แย่กว่านั้น คือเป็นไขมันที่อาจอุดตันหลอดเลือด ดังนั้น ทางออกคือ กินแต่พอดี ถ้าอยากกินเยอะให้ทยอยกินทีละน้อย ร่างกายจะได้ค่อยๆ เผาผลาญ

แต่ช่วงกินจัดหนักเวลาปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นมื้อดึกด้วยแล้ว เกรงว่าระบบเผาผลาญจะรับมือไม่ไหว คงต้องใช้กลยุทธ์ ป้องกันไว้ก่อน ด้วยการบล็อกไม่ให้ไขมันถูกดูดซึมเข้ามาและยับยั้งไม่ให้น้ำตาลส่วนเกินกลายร่างเป็นไขมันสะสม ซึ่งข้อแรกเป็นคุณสมบัติของ ไคโตซาน (Chitosan) ที่ดูดซับไขมันในอาหารไว้ให้เข้าสู่ร่างกายน้อยที่สุด วันละ 500-1500 มก. ตามด้วย ผลส้มแขก (Garcinia) วันละ 500-1500 มก. ที่มี Hydroxy Citric Acid ช่วยป้องกันการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดที่เหลือใช้ ไม่ให้กลายเป็นพุงโตๆ ต้นขาใหญ่ๆ ได้ครับ

อีกหนึ่งกลยุทธ์คือ ทำให้ร่างกายไม่หิวโหยมากนักจะได้ไม่ซัดอาหารมากเกินไป คือ โครเมียม พิโคลิเนต (Chromium Picolinate) วันละ 100-200 มคก. ซึ่งมีคุณสมบัติลดน้ำตาลในเลือด ลดความหิว ทำให้ไม่อยากกินพวกแป้ง น้ำตาล ไขมัน จึงรับประทานได้น้อยลง หรือการดื่มน้ำผสมใยอาหารชนิดพองตัวในน้ำได้ดี (Soluble fiber) ก่อนอาหาร 5-10 กรัม เพื่อช่วยดูดซับน้ำตาลและไขมันไว้ เช่น ไซเลียม ซีด ฮัสค์ (Psylium Seed Husk) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง


รู้อย่างนี้แล้วก็สนุกได้เต็มที่ ไม่ต้องหนักใจเรื่องน้ำหนักแล้วนะครับ