เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 อาจส่งผลให้การจัดส่งมีความล่าช้ากว่าปกติ
0item(s)

You have no items in your shopping cart.

Product was successfully added to your shopping cart.
Swipe to the left

เทคนิคสร้างกล้ามล่ำให้คมชัดแบบคนดัง

เทคนิคสร้างกล้ามล่ำให้คมชัดแบบคนดัง
By supapporn tookpun 15 days ago 102 Views No comments

อยากหุ่นดี ฟิต เฟิร์ม กระชับ กล้ามเป็นมัดๆ ต้องอย่างหนุ่ม “ไผ่ วิศรุต” นักแสดงผิวเข้มที่เปอร์เซ็นต์เรื่องกล้ามไม่เป็นสองรองใคร จากอดีตเด็กตัวผอมๆ กลายมาเป็นหนุ่มล่ำ หุ่นเฟิร์มทุกสัดส่วน ราจึงขอนำทริคแบบง่ายๆ มาแบ่งปัน ต้องอ่าน ! (จากบทสัมภาษณ์เมื่อปี 2018)


Time To Workout
หนุ่มไผ่มักจะเข้ายิมประมาณ 1- 2 ชม. / วัน อาทิตย์นึงเล่นเวทประมาณ 5-6 ครั้ง ปกติจะคาร์ดิโอบ้างเล็กน้อย ประมาณ 2-3 ครั้ง/อาทิตย์ โดยจะคาร์ดิโอก่อนเล่นเวท 10 นาที เพื่อให้หัวใจแข็งแรง หรืออาจจะไม่วิ่งเลยแต่มีเล่นกีฬาอย่างอื่นแทน เช่น เตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ 1-2 ครั้ง/อาทิตย์ กล้ามเนื้อส่วนหลักๆ ที่เล่นจะมีอยู่ 6 ส่วน ได้แก่ อก หลัง ไหล่ แขน ขา และท้อง สไตล์ของไผ่จะไม่ได้กำหนดตายตัว ส่วนไหนที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ ก็จะเล่นส่วนนั้นก่อน และเล่น 2 ครั้ง/อาทิตย์


Day
Part Of Body
Monday
อก (Chest)
Tuesday
หลัง (Back) , Abs (ท้อง)
Wednesday
ไหล่ (shoulder)
Thursday
แขน Arms (หน้าแขน Biceps / หลังแขน Triceps )
Friday
อก (Chest)
Saturday
ขา และ แขน (legs and Arms)
Sunday
Rest

จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่าหนุ่มไผ่นั้น ต้องการเน้นส่วนอกและแขนมากเป็นเป็นพิเศษ เจ้าตัวจะเล่นอก 2 วัน และเล่นส่วนแขน 2 วัน แต่สำหรับวันเสาร์อาจจะเล่นแขนแค่ 1-2 ท่า เพื่อกล้ามเนื้อแขนจะได้ไม่ล้าเกินไป


Tips : Pai Style
เทคนิคการจัดตารางเล่นเวท พยายามเล่นกล้ามเนื้อที่ตรงข้ามกันในวันถัดไป เช่น วันจันทร์เล่นอก วันอังคารเล่นกล้ามเนื้อ ส่วนตรงข้ามก็คือ หลัง โดยเจ้าตัวจะไม่เล่นไหล่ก่อนเล่นอกเพราะ ตอนเล่นอกจะใช้ไหล่ช่วยด้วย หากเล่นไหล่ก่อน กล้ามเนื้ออาจล้าและออกแรงได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้เจ้าตัวจะกินเวย์โปรตีนก่อนและหลังเล่นเวท เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและให้ได้รับโปรตีนที่เพียงพอต่อร่างกาย



Tips : Pai Style
สไตล์การเล่นเวทปกติเจ้าตัวจะเล่นแบบปิรามิด คือ เพิ่มน้ำหนักขึ้นในแต่ละเซต แต่จำนวนครั้งในแต่ละเซตจะน้อยลง สำหรับคนที่เริ่มเล่นใหม่ๆ พยายามอย่าเพิ่มน้ำหนักที่มากเกินไป จนควบคุมไม่ได้ เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการบาดเจ็บได้