0item(s)

You have no items in your shopping cart.

Product was successfully added to your shopping cart.
Swipe to the left

คุณรู้จัก "หวัดเรื้อรัง' ดีหรือยัง?

By supaporn tookpun 4 months ago 119 Views No comments

มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีโอกาสไปพบแพทย์เกี่ยวกับเรื่องการมีน้ำมูกเรื้องรัง 1-2 สัปดาห์ บางรายเป็นๆ หายๆ แอบลองไปซื้อยามารับประทานเองบ้างแล้ว สุดท้ายอาการเหล่านั้นก็หวนกลับมาเป็นอีกครั้ง ทำให้ต้องขาดเรียนลางานอยู่บ่อยๆ เพื่อรักษาตัว โดยอาการเช่นนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า “หวัดเรื้อรัง” ซึ่งจะส่งผลและอันตรายต่อคนที่เป็นอย่างไรบ้างนั้น GNC ได้นำบทความดีๆ มาแชร์ให้กับทุกคนได้ลองศึกษากัน



อาการ

อาการของหวัดเรื้อรังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือมีสาเหตุจากภูมิแพ้หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าแพ้อากาศ ดูเหมือนว่าจะพบบ่อยที่สุดในบรรดาโรคภูมิแพ้ อาการที่พบคือ คัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก จามบ่อย หายใจไม่สะดวก หากไม่ได้รับการรักษา และปล่อยให้มีอาการเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้มีโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ริดสีดวงจมูก ไอเรื้อรัง หอบหืด เป็นต้น




ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดหวัดเรื้อรังได้ง่ายขี้น


1. สัมผัสสารก่อให้เกิดอาการแพ้ตลอดเวลา
สารที่ก่อให้เกิดอาการหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้มักอยู่ภายในบ้านหรือบริเวณรอบๆ ตัวเรา เช่น ฝุ่นในบ้าน ตัวไรฝุ่น ขนและรังแคของสัตว์เลี้ยง สปอร์ของเชื้อรา ละอองเกสรดอกไม้ ซากเศษแมลงสาบ อาหารและยาบางชนิด เป็นต้น


2. การเปลี่ยนแปลงของอากาศ
อากาศเย็นทำให้เป็นหวัดง่าย เนื่องจากจมูกของคนเรามีหน้าที่ช่วยในการหายใจและปรับอุณหภูมิความชื้นของอากาศที่ผ่านเข้ามาในรูจมูกให้เหมาะสมกับร่างกาย ถ้าหากอากาศภายนอกเย็นจะทำให้เลือดมาเลี้ยงที่เยื่อบุในรูจมูกเพิ่มขึ้น ทำให้เลือดมาคั่งที่เยื่อบุจมูกมากขึ้น เพื่อช่วยปรับอุณหภูมิของอากาศให้อุ่นเหมาะสมก่อนที่จะหายใจเข้าไป ซึ่งในกรณีดังกล่าวจะทำให้เยื่อบุจมูกหลั่งสารเป็นเมือกๆ ออกมา พอมากเข้าก็กลายเป็นน้ำมูกไหลออกมา


3. ภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนแอ

ในเด็กเล็กมีโอกาสเป็นหวัดได้บ่อย เนื่องจากยังมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคน้อย โดยเฉพาะเด็กที่คลอดออกมาน้ำหนักตัวน้อย หรือคลอดไม่ครบกำหนด เด็กที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยนมแม่ หรือในผู้ใหญ่ที่มีภาวะขาดสารอาหาร ขาดการออกกำลังกาย ภาวะความเครียด พักผ่อนน้อย ส่งผมให้ภูมิต้านทานอ่อนแอ ก็มีโอกาสเป็นหวัดง่ายได้เช่นเดียวกัน


4. การอยู่ในชุมชนหนาแน่น
โดยทั่วไปโรคไข้หวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีหลายสายพันธุ์ สามารถติดต่อกันง่ายจากการอยู่ใกล้ชิดกัน ผ่านทางละอองน้ำมูกและน้ำลายที่มาจากการไอหรือจามของผู้ป่วย จึงพบมากในโรงเรียน โรงงาน และสถานที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น โอกาสที่เชื้อไวรัสจะแพร่ไปได้มีมากที่สุดคือระหว่างเด็กด้วยกัน




5. การรับประทานยาปฏิชีวนะไม่ครบกำหนด
ในการรักษาในเบื้องต้น ผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบ ซึ่งต้องได้รับในขนาดและปริมาณที่เหมาะสม หากผู้ป่วยรับประทานยาไม่ครบตามกำหนดจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะนอกจากอาการจะไม่ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้เชื้อโรคดื้อต่อยา ดังนั้นการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะ ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่อาการของหวัดเรื้อรังที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจะหายดี


6. มีภาวะแทรกซ้อน
ตามปกติอาการหวัดมักหายได้เองภายใน 1-5 วัน หรืออย่างนานไม่เกิน 2 อาทิตย์ แต่บางรายเป็นนานกว่านี้ รักษาทานยาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น พวกนี้มักมีสาเหตุอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น เกิดอาการแทรกซ้อนของโรคหวัด ที่พบบ่อยได้แก่การติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมโรคหวัดที่กำลังเป็นอยู่ ทำให้น้ำมูกเปลี่ยนลักษณะจากน้ำมูกใสเป็นน้ำมูกข้นสีเขียวเหลืองแทน มีผลทำให้อาการหวัดไม่ยอมหายและรักษายากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นอีกที่ทำให้เกิด อาการหวัดเรื้อรังได้ เช่น การคดงอของแผ่นกันจมูก ริดสีดวงจมูก เนื้องอกในจมูกฯ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจร่างกายของแพทย์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค



ห่างไกลจากโรคหวัดเรื้อรังได้ง่ายๆ
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี ไม่ติดเชื้อโรคง่าย